วันพฤหัสบดีที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2553

บุคคลต้นแบบการออกกำลังกายอำเภอไทยเจริญ

นายดำรงค์พล  ศิลปี
นายดำรงค์พล  ศิลปี นายอำเภอไทยเจริญ  อายุ 59  ปี  ภูมิลำเนา เป็นชาวบางกอกน้อย  กรุงเทพมหานคร       
          ออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยการขี่จักรยาน  เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง    เมื่ออายุ  48  ปี        ถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา  11 ปี  แรงจูงใจในการออกกำลังกายคือ อยากรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง       ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังและไม่เป็นภาระกับผู้อื่น นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้มีการออกกำลังกาย เช่น ริเริ่มจัดวิ่งมาราธอนที่อำเภอจอมบึง  จังหวัดราชบุรี   ประกาศนโยบายคนไทยเจริญไร้พุง 
          ผลการออกกำลังกายที่ภาคภูมิใจ  คือ  สุขภาพแข็งแรง  ผลการตรวจสุขภาพปกติ  

บุคคลต้นแบบการออกกำลังกายอำเภอไทยเจริญ


นายพรชัย  ทองบ่อ

นายพรชัย  ทองบ่อ  สาธารณสุขอำเภอไทยเจริญ  อายุ 47  ปี  ภูมิลำเนา เป็นชาวอำเภอทรายมูล  จังหวัดยโสธร  จบการศึกษาระดับปริญญาโท  สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต (ส.ม.)  อาชีพรับราชการ
          ออกกำลังกายสม่ำเสมอด้วยการเล่นฮูลาฮูป  ขี่จักรยาน  เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง    เมื่ออายุ  46  ปี ถึงปัจจุบันรวมระยะเวลา  6  เดือน  เคล็ดลับการออกกำลังกาย คือ ยึดหลัก 3 อ. 2 ส.  เล่นฮูลาฮูปพร้อมเปิดเพลง  วันละ  30  นาที ปั่นจักรยาน วันละ 10 กิโลเมตร  รับประทานหารหลัก ได้แก่  ข้าวกล้อง ปลา เพิ่มผัก ผลไม้  มื้อเช้าเต็มที่  กลางวันพออิ่ม เย็นพออิ่มและเว้นระยะ  4  ชั่วโมงก่อนนอน  ลดอาหารหวาน มัน เค็ม 
          แนวทางการดำเนินงานออกกำลังกาย ได้แก่  ผลักดันนโยบายคนไทยไร้พุงในระดับอำเภอ  เน้นการดำเนินงานเชิงรุกด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน  ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง  ระดมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน  สนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  สนับสนุนและให้กำลังใจแก่บุคคลต้นแบบในชุมชน
แรงจูงใจในการออกกำลังกาย เนื่องจากเป็นผู้นำองค์กรด้านสุขภาพ  คนในครอบครัวมีประวัติป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง และผู้บังคับบัญชาให้กำลังใจ     มีเป้าหมายการออกกำลังกาย เพื่อลดน้ำหนักให้เหลือ 66  กิโลกรัม  ภายใน  2  ปี
ผลการออกกำลังกายที่ภาคภูมิใจ  คือ  สามารถลดน้ำหนักได้ 6  กิโลกรัม  จากเดิม 80  กิโลกรัม  ลดลงเหลือ 74 กิโลกรัม  รอบเอว 88  เซนติเมตร 

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การประกวด รพ.สดใส เต็มใจบริการ และทันสมัย

วันที่  4 พฤศจิกายน  2553  นายแพทย์พงษ์สวัสดิ์  รัตนแสง  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร  และคณะกรรมการการประกวดโรงพยาบาลสาธารณสุขยุคใหม่เพื่อคนไทยมีสุขภาพดีและมีรอยยิ้ม  (โรงพยาบาล 3 ดี)  ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร  ได้มาประกวดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำเตย  ซึ่งเป็นตัวแทนของอำเภอไทยเจริญ  ประเภท รพ.สต.  สำหรับอัตรากำลังของ รพ.สต.คำเตย มีทั้งหมด 7  คน  ประกอบด้วย นายประจักษ์            ศรีสะอาด  นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ผู้อำนวยการ รพ.สต.คำเตย  นายบุญชู  คงทน   นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ  นางสาวนิภาพร  เจริญตา  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ(เวชปฏิบัติ)  นางรัตนา  ไชยรักษ์  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ(เวชปฏิบัติ)  นางสาวนิตยา  สุดาบุตร  เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขปฏิบัติงาน  นางมานัส  สิมะลี  ลูกจ้างแพทย์แผนไทย  นายบุญมา  แสนสุข  ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขด้านบริการทำความสะอาด   นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายที่สำคัญยิ่งคือ คณะกรรมการพัฒนา รพ.สต.   อสม.ในเขตรับผิดชอบ  เทศบาลตำบลคำเตย  โรงเรียนในเขตรับผิดชอบ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอไทยเจริญ และสถานีอนามัยในเขตอำเภอไทยเจริญทุกแห่ง
                ความคาดหวังในการประกวดครั้งนี้  คือ  เป็นโอกาสในการพัฒนา3 ด้าน (โครงสร้าง  การบริการ  และการบริหารจัดการ)   การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน  การได้รับการตรวจเยี่ยมของผู้บริหาร  ศักยภาพของทีมสุขภาพ รพ.สต.คำเตย   การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของสถานีอนามัยในเขตอำเภอไทยเจริญ  จากการประกวดครั้งนี้ได้รวมพลังพัฒนาอย่างเต็มที่ภายในระยะเวลาที่มี  งบประมาณที่จำกัด  แต่เต็มไปด้วยความร่วมแรงร่วมใจจากประชาชนและกลุ่มพลังต่าง ๆ  หากจะประเมินด้วยตนเองแล้วเห็นว่า มีประสิทธิภาพสูง  ลงทุนน้อยได้งานที่เป็นรูปธรรมและไม่เป็นรูปธรรมมากมาย  นั่นคือ พวกเราได้พัฒนาเป็นโรงพยาบาลสาธารณสุขยุคใหม่เพื่อคนไทยมีสุขภาพดีและมีรอยยิ้ม  ด้วยความภาคภูมิใจ และเราจะก้าวไปอย่างไม่หยุดนิ่งด้วยภารกิจสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุกให้สัมฤทธิ์ผลต่อไป

วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

สิ่งที่ได้จากการประกวดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลคำเตย1

                คณะกรรมการประกวดโรงพยาบาล 3 ดี  ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร  นำโดยนายแพทย์พงษ์สวัสดิ์  รัตนแสง  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร  มีกำหนดการมาประกวด รพ.สต.    คำเตย  ในวันที่  4  พฤศจิกายน  2553  ภาคเช้า  มีหลายคนมีคำถามว่าเราได้อะไร  และประชาชนได้อะไรจากการประกวด  ในความเห็นของผมนั้นถือว่าเป็นโอกาสของการพัฒนา ดังจะเห็นได้จากการเริ่มเตรียมการ เราก็ได้อะไรมากมายแล้ว
                ในการเตรียมการนั้นทุกคนในโรงพยาบาลได้พูดคุยและวางแผนการดำเนินงาน  เริ่มต้นจากการปรับปรุงอาคารสถานที่  ซ่อมแซมสิ่งที่ชำรุด  ทาสี  ตกแต่งภายใน  ตัดหญ้า  ตกแต่งกิ่งไม้  และทำความสะอาด   เนื่องจากเรามีทุนน้อยจึงได้ขอความร่วมมือจากสถานีอนามัทุกแห่งส่งเจ้าหน้าที่ด้านอาคารสถานที่มาช่วย  ได้แก่  นายทองมา  นนตา (อวบ)  จาก สสอ.ไทยเจริญ  นายยงยุทธ  นาเวียง (ยุทธ) จาก สอ. คำไผ่   นายวีระพล  การินทร์ (เอ)  จาก สอ.หนองสนม นาย  ( ) จาก รพ.สต.ส้มผ่อ  และ นายบุญมี  แสนสุข (บุญ)  จาก รพ.สต.คำเตย  ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่   ประทับใจที่ทุกคนตั้งใจทำงานเป็นอย่างดี  ไม่ว่าจะเป็นงานตกแต่งภายใน   งานช่าง  และงานความสะอาด  จนงานสำเร็จด้วยดี  ผมโชคดีที่ได้คนดีและคนเก่งมาร่วมงาน  ขอขอบคุณทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย   แผนต่อไปจะขอความร่วมมือสุภาพสตรีจาก สอ.น้ำคำ  สอ.หนองคูน้อย  และ รพ.สต.ส้มผ่อ  มาช่วยเรื่องการตกแต่งภายใน  เช่น  ผูกผ้า  ความสะอาดภายในอาคาร  
                เริ่มเตรียมการประกวดเราก็ได้อะไรมากมาย  อันได้แก่ เป็นโอกาสได้ปรับปรุงโครงสร้างให้สวยงามตามนโยบาย รพ.สต.   ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่(ด้านอาคารสถานที่)ได้แสดงความสามารถอย่างเต็มที่   เป็นโอกาสได้ร่วมแรงร่วมใจกัน  ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน   สร้างความรัก ความสามัคคีในองค์กร  ทั้งที่ทุกคนไม่ได้พูดถึงรางวัล  เมื่อลงเวทีแล้วทุกคนช่วยกันอย่างเต็มที่ เพื่อเป้าหมาย รพ.สต.3 ดีของอำเภอไทยเจริญ  ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านนะครับ  สู้  สู้ 

วันอังคารที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ออกหน่วยอำเภอยิ้มหรือหน่วยอำเภอเคลื่อนที่ของอำเภอไทยเจริญ

                   วันที่  13 ตุลาคม  2553  นายดำรงค์พล  ศิลปี  นายอำเภอไทยเจริญ   ได้นำส่วนราชการในอำเภอไทยเจริญ  ออกบริการประชาชนตามโครงการอำเภอยิ้ม หรืออำเภอเคลื่อนที่  ณ โรงเรียนบ้านส้มผ่อ  ตำบลส้มผ่อ  อำเภอไทยเจริญ  จังหวัดยโสธร  เวลา 10.00 น. นายอำเภอได้พบปะกับประชาชนจากชุมชนส้มผ่อ  จำนวน  4  หมู่บ้าน  มีประชาชนมาใช้บริการเต็มห้องประชุม  หลังจากนายอำเภอพบประชาชนเสร็จแล้วมีการนำข้าวโครงการช่วยเหลือประชาชนมาแจก     จนครบทุกคน  ส่วนราชการที่นำกิจกรรมบริการประชาชนเปิดให้บริการ
                สำนักงานสาธารณสุขอำเภอไทยเจริญ  ได้นำหน่วยตรวจสุขภาพเชิงรุกมาให้บริการประชาชน   โดยเปิดให้บริการตั้งแต่  7 นาฬิกา  เนื่องจากประชาชนได้งดรับประทานอาหาร  น้ำดื่ม  เพื่อรับการตรวจไขมันในเลือด   หน่วยบริการตรวจสุขภาพเชิงรุกมีเจ้าหน้าที่มาบริการ  ประกอบไปด้วย  นายกิตติศักดิ์     นพมณี  นักวิชาการสาธารณสุขประจำโครงการ  นางแสงมณี  เย็นเสมอ  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ  และนายณัฐพงษ์  พลมาตร  นักวิชาการสาธารณสุข       โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลส้มผ่อ  นอกจากนี้ยังมี กำลังหลักคือ อสม.บ้านนาเงิน  หมู่ที่ 2  ทุกคนมาร่วมบริการประชาชน ประชาสัมพันธ์  ซักประวัติ   ชั่งน้ำหนัก  วัดส่วนสูง  วัดความดันโลหิต  ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ได้มาก  ผลการตรวจสุขภาพเชิงรุก (ตามโครงการได้มาให้บริการแล้ว)  มีผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไปมาตรวจสุขภาพจำนวนมาก   ส่วนตรวจไขมันในเลือดมีจำนวน  32  คน  พบไขมันคลอเรสเตอรอลเกินเกณฑ์ปกติหลายราย  ได้ส่งต่อโรงพยาบาลไทยเจริญจำนวน  6  คน  ที่เหลือได้ให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนักตรวจซ้ำทุกปี  แต่เป็นที่น่าสนใจจากผลการตรวจ พบว่า คนที่มีค่า BMI ปกติ  พบไขมันในเลือดมากกว่าคนอ้วน  จึงเป็นประเด็นที่น่าทำการศึกษาต่อไป

วันทันตสาธารณสุขแห่งชาติ

          วันที่  26  ตุลาคม  2553  ได้มีโอกาสไปร่วมงานออกหน่วยแพทย์ พอ.สว.  ในปีนี้จังหวัดยโสธร   จัดงานที่โรงเรียนบ้านเลียบ  ตำบลโนนทราย  อำเภอ   มหาชนะชัย   เนื่องจากเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรี-  นครินทราบรมราชชนนี  วันที่  21  ตุลาคม  และในวันนี้รัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวันทันต-สาธารณสุขแห่งชาติ  วันพยาบาลแห่งชาติ  วันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ  วันอาสาสมัครไทย และวันรักษ์ต้นไม้   นอกจากการออกหน่วยแพทย์ พอ.สว.  แล้ว   จังหวัดจึงได้บูรณาการกับทุกส่วนราชการในจังหวัดยโสธร        จัดงานสำคัญดังกล่าวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระศรีนคริน-    ทราบรมราชชนนี  และได้นำโครงการ ยโสธร สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม  ไปบริการประชาชนด้วย
                ในการจัดงานในครั้งนี้ต้องขอชื่นชมท่านสำนักงานสาธารณสุขอำเภอมหาชนะชัย  คุณพี่วิระมิตร  บุญโถน  และทีมงานสาธารณสุขอำเภอมหาชนะชัย   ที่จัดงานได้ยิ่งใหญ่  เป็นที่ประทับใจ และราบรื่นเป็นอย่างดี  เพราะว่าการจัดงานลักษณะนี้ต้องใช้ความสามารถในการบริหารจัดการและประสานงานอย่างมาก  อันได้แก่  การประสานนายอำเภอ   หัวหน้าส่วนราชการ   ท้องถิ่น  โรงเรียน   ผู้นำชุมชนและประชาชนผู้มารับบริการ   การจัดหางบประมาณในการดำเนินงาน  และอื่น ๆ อีกมากมาย  จนทำให้งานสำเร็จลุ่ล่วงด้วยดี  ขอปรบมือดัง ๆ  และเป็นกำลังให้กับท่านและทีมงาน        ด้วยความจริงใจครับ

วันปิยะมหาราช

                วันที่  23  ตุลาคม  2553  วันปิยะมหาราช   เป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5  และปีนี้เป็นการ สวรรคต  ครบ  100  ปี  อำเภอไทยเจริญ  จังหวัดยโสธร  ได้จัดงานเป็นประจำ  ทุกปี   นายดำรงค์พล  ศิลปี  นายอำเภอไทยเจริญ  เป็นประธานในพิธีในวันนี้ 
                สำนักงานสาธารณสุขอำเภอไทยเจริญ  ได้ร่วมงานและนำพวงมาลาสักการะพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  พวงมาลา    ที่สวยงามในปีนี้เป็นฝีมือของน้อง ๆ ทีมสุขภาพ รพ.สต. คำเตย  นำโดยคุณนิภาพร  เจริญตา คุณนิตยา   สุดาบุตร            คุณมนัส  สิมะลี  และน้องอีกหลายคน       ร่วมด้วยช่วยกัน   ในปีนี้มีผู้มาร่วมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ                พระปิยะมหาราช  ประกอบไปด้วย ข้าราชการจาก สสอ.ไทยเจริญ  ได้แก่ นายพรชัย  ทองบ่อ  สาธารณสุขอำเภอ           ไทยเจริญ   นายรักษ์ชัย        ไชยรักษ์  นายเดชา  องอาจ  ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอ  นางเพียงพิศ  สายสุวรรณ                     จพ.สาธารณสุขปฏิบัติงาน  และนายกิตติศักดิ์  นพมณี  นักวิชาการสาธารณสุข   จาก รพ.สต.ส้มผ่อ  ได้แก่  นายอำนวย  ถาวร  ผอ.รพ.สต.ส้มผ่อ   นางแสงมณี  เย็นเสมอ  พยาบาลชาชีพชำนาญการ  และนายณัฐพงษ์  พลมาตร  นักวิชาการ-  สาธารณสุข   จาก รพ.สต.คำเตย  ได้แก่  นายประจักษ์  ศรีสะอาด  ผอ.รพ.สต.คำเตย  นายบุญชู  คงทน  นักวิชาการ-สาธารณสุขชำนาญการ  และนางสาวนิภาพร  เจริญตา  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ จากสถานีอนามัยหนองสนม  ได้แก่ นางสาวสุภาพร  จารุขะมูล  จพ.สาธารณสุข   จากสถานีอนามัยน้ำคำ  ได้แก่     นางเพ็ญภรณ์  นามแก้ว  จพ.สาธารณสุขอาวุโส   นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่เวรรักษาพยาบาล        ที่สถานีอนามัย   และในงานรัฐพิธีวันนี้มีข้าราชการ      ในสังกัดแต่งชุดปกติขาวเพิ่มอีก 1  คน  คือ คุณเพียงพิศ  สายสุวรรณ  แต่งชุดขาวแล้วดูดีมากทำให้องค์กรของเรามีเอกภาพยิ่งขึ้น  ขอชื่นชมข้าราชการ  ลูกจ้างทุกคนที่ไปร่วมงานและได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตา  ตลอดจนได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงทำให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้ามาจนถึงทุกวันนี้  นี่คือหน้าที่ของ     ปวงชนชาวไทย   ทุกคน